ค้านเพศที่ 3 แต่งหญิง รับปริญญา รุมค้านบัณฑิตเพศที่ 3 แต่งหญิงเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ ประกาศไม่เห็นด้วย ชี้ไม่เหมาะสมหากยอมให้หวั่นอาจมีสาวขอแต่งชายรับปริญญาบ้าง ยันยอมเต็มที่ให้แค่แต่งเครื่องแบบนักศึกษาหญิงมาเรียนได้เท่านั้น ขณะที่ ม.เอกชนและมหาวิทยาลัยราชมงคลก็ไม่เอาด้วยเช่นกัน ที่มา : คมชัดลึกออนไลน์ จากข่าวข้างต้นนี้นักศึกษาสามารถเรียกร้อกได้ตามกฏหมายรัฐธรรมนูญมาตราที่๒๘ บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้ สามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้เพื่อใช้สิทธิทางศาลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลได้และในมาตรา 30 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 บัญญัติว่า "บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน
การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรมหรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำมิได้
มาตรการที่รัฐกำหนดขึ้นมาเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น ย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามวรรคสาม"
นางสาวซากีรา ดือราแม
ห้องรปศ.512 เลขที่ 7
วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2553
เรื่องเรียนฟรี 15 ปี
การเรียนฟรี 15 ปี มีคุณภาพเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยรัฐบาลจ่ายให้ทั้งค่าเทอม หนังสือตำราเรียน อุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน และกิจกรรมพิเศษ นโยบายเรียนฟรี 15 ปีมีคุณภาพ มีเสียงการตอบรับ สนับสนุนเห็นด้วย ต้องการให้มีทุกปี ในขณะเดียวกันปัญหาอุปสรรค ข้อจำกัดต่างๆ ก็เกิดขึ้นมากมายเช่นเดียวกัน ดังเช่น เรียนฟรีไม่จริง โรงเรียนยังเก็บเงินเพิ่มอีกมาก ข้อดี-เด่นนโยบายเรียนฟรี 15 ปีมีคุณภาพเกิดขึ้นกับประชาชนทั่วไปที่ได้รับสิทธิประชานิยมอย่างทั่วถึง ทุกระดับชั้น คนยากดีมีจน หาเช้ากินค่ำ คนร่ำรวยมีฐานะทุกคนได้รับโอกาสนี้เท่าเทียมกัน กลุ่มคนรากหญ้า ในชนบทห่างไกล ชุมชนแออัด ผู้มีรายได้น้อย โรงเรียนขนาดเล็กด้อยคุณภาพจะพึงพอใจนโยบายนี้เป็นที่สุด เพราะจ่ายเป็นเงินสดถึงมือประชาชนโดยตรง ลดภาระค่าใช้จ่าย ความเดือดร้อนตอนเปิดเทอม การกู้หนี้ยืมสินได้ในระดับหนึ่ง เป็นการเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษาได้เพิ่ม ขึ้น รัฐบาลได้ทำตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
ซึ่งบัญญัติไว้ในหมวดที่ 3 ส่วนที่ 8 มาตราที่ 49 สิทธิและเสรีภาพในการศึกษา บุคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้อยู่ในสภาวะลำบาก ต้องได้ระบสิทธิตมวรรคหนึ่ง และการสนับสนุนจากรัฐเพื่อให้ได้การศึกษาโดยเท่าเทียมกับบุคคลอื่น
ซึ่งบัญญัติไว้ในหมวดที่ 3 ส่วนที่ 8 มาตราที่ 49 สิทธิและเสรีภาพในการศึกษา บุคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้อยู่ในสภาวะลำบาก ต้องได้ระบสิทธิตมวรรคหนึ่ง และการสนับสนุนจากรัฐเพื่อให้ได้การศึกษาโดยเท่าเทียมกับบุคคลอื่น
การจัดการศึกษาอบรมขององค์กรวิชาชีพหรือเอกชน การศึกษาทางเลือกของประชาชน การเรียนรู้ด้วยตนเอง และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ยาอมได้รับความคุ้มครองและส่งเสริมที่เหมาะสมจากรัฐ
นางสาว วันดี คุ้มบ้าน
เลขที่ 34 รปศ. 512
เรื่อง มาบตาพุด
เรื่อง........มาบตาพุด
ในปี ๒๕๔๐ ความรุนแรงของมลพิษมาบตาพุดปะทุขึ้นเป็นข่าวใหญ่เมื่อครูและนักเรียนโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคารไม่สามารถทนต่อกลิ่นเหม็นที่ลอยมาจากนิคมอุตสาหกรรมได้หลายคนล้มป่วยถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินสุดท้ายโรงเรียนต้องเป็นฝ่ายย้ายออกจากพื้นที่เพื่อหนีมลพิษ
หลังจากนั้นความสนใจของสังคมที่มีต่อสภาพมลพิษในมาบตาพุดและการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลก็จางหายไป…ตามระยะห่างที่เพิ่มขึ้น ระหว่างโรงเรียนกับแหล่งกำเนิดมลพิษ…
๑๐ ปีผ่านไป นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดก็กลับมามีปัญหาอีกครั้ง ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๐ ด้วยประเด็นเดิมคือ “มลพิษ” – - ที่รุนแรงหนักยิ่งกว่าเดิม“มลพิษ” อันเป็นผลพวงจากยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมี วันนี้ศักยภาพการรองรับมลพิษทางอากาศใกล้ถึงขีดสุดเต็มทีน้ำทิ้งที่ปล่อยจากนิคมอุตสาหกรรมละแวกนั้นก็เกินค่ามาตรฐานอีกทั้งคุณภาพชีวิตของชาวบ้านเลวร้ายลงเรื่อยๆกระทั่งพบว่า อัตราการป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวของชาวเมืองระยองสูงกว่าคนในอำเภออื่น ด้วยเหตุผล สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกรมควบคุมมลพิษ จึงเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้ประกาศพื้นที่เจ้าปัญหาเป็น “เขตควบคุมมลพิษ” ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๓๕
แต่ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับการตอบสนองอย่างที่ควรจะเป็นคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งมีโฆษิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ เป็นประธานเลือกที่จะยื้อเวลาต่อไปอีกหน่อย ด้วยมติที่ว่า…หากจัดการปัญหามลพิษในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดไม่ได้ภายใน ๑ ปีจึงจะประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษซึ่งในฟากฝั่งของเหยื่อผู้ตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายมีความเห็นตรงกันว่าเรื่องของสุขภาพและความป่วยไข้นั้นรอต่อไปไม่ได้แล้วจริงๆ
ล่าสุดเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขก็มีมติสั่งย้ายโรงพยาบาลมาบตาพุดออกจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดแล้วเพราะการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่กำจัดขยะพิษของบริษัทเจนโก้เพียงแค่ถนนสองเลนกั้นขวางคงไม่มีทางหายป่วยได้แน่ๆขนาดบุคลากรทางการแพทย์เองยังออกปากว่า…วันไหนที่ลมเปลี่ยนทิศ ทำให้พื้นที่กำจัดขยะพิษอยู่ต้นลมคนท้ายลมก็แทบจะทำงานกันไม่ได้เลย และประชาชนสามารถฟ้องร้องได้ในมาตราที่ 67
ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ หมวดที่ 3 ส่วนที่ 12 มาตราที่ 67 ได้ระบุไว้ว่าสิทธิของบุคคลที่มีส่วนร่วมกับรัฐบาลและมชนในการอนุรักษ์ บำรุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในกรคุ้มครอง ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดำรงชีวิอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอัตรายต่อสุขภาพอนามะย สวัสดิการ หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับการคุ้มครองตามความเหมาะสม
การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่ารุนแรงทั้งทางคุณภาพส่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนร่วมเสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่นมีการดำเนินการดะงกล่าว
สิทธิของชุมชนที่จะฟ้องหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป้นนิติบุคคล เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัตินี้ย่อมได้ระบความคุ้มครอง
นางสาว ยุภาวดี มากสุข
เลขที่30 รปศ. 512
ในปี ๒๕๔๐ ความรุนแรงของมลพิษมาบตาพุดปะทุขึ้นเป็นข่าวใหญ่เมื่อครูและนักเรียนโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคารไม่สามารถทนต่อกลิ่นเหม็นที่ลอยมาจากนิคมอุตสาหกรรมได้หลายคนล้มป่วยถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินสุดท้ายโรงเรียนต้องเป็นฝ่ายย้ายออกจากพื้นที่เพื่อหนีมลพิษ
หลังจากนั้นความสนใจของสังคมที่มีต่อสภาพมลพิษในมาบตาพุดและการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลก็จางหายไป…ตามระยะห่างที่เพิ่มขึ้น ระหว่างโรงเรียนกับแหล่งกำเนิดมลพิษ…
๑๐ ปีผ่านไป นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดก็กลับมามีปัญหาอีกครั้ง ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๐ ด้วยประเด็นเดิมคือ “มลพิษ” – - ที่รุนแรงหนักยิ่งกว่าเดิม“มลพิษ” อันเป็นผลพวงจากยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมี วันนี้ศักยภาพการรองรับมลพิษทางอากาศใกล้ถึงขีดสุดเต็มทีน้ำทิ้งที่ปล่อยจากนิคมอุตสาหกรรมละแวกนั้นก็เกินค่ามาตรฐานอีกทั้งคุณภาพชีวิตของชาวบ้านเลวร้ายลงเรื่อยๆกระทั่งพบว่า อัตราการป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวของชาวเมืองระยองสูงกว่าคนในอำเภออื่น ด้วยเหตุผล สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกรมควบคุมมลพิษ จึงเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้ประกาศพื้นที่เจ้าปัญหาเป็น “เขตควบคุมมลพิษ” ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๓๕
แต่ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับการตอบสนองอย่างที่ควรจะเป็นคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งมีโฆษิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ เป็นประธานเลือกที่จะยื้อเวลาต่อไปอีกหน่อย ด้วยมติที่ว่า…หากจัดการปัญหามลพิษในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดไม่ได้ภายใน ๑ ปีจึงจะประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษซึ่งในฟากฝั่งของเหยื่อผู้ตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายมีความเห็นตรงกันว่าเรื่องของสุขภาพและความป่วยไข้นั้นรอต่อไปไม่ได้แล้วจริงๆ
ล่าสุดเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขก็มีมติสั่งย้ายโรงพยาบาลมาบตาพุดออกจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดแล้วเพราะการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่กำจัดขยะพิษของบริษัทเจนโก้เพียงแค่ถนนสองเลนกั้นขวางคงไม่มีทางหายป่วยได้แน่ๆขนาดบุคลากรทางการแพทย์เองยังออกปากว่า…วันไหนที่ลมเปลี่ยนทิศ ทำให้พื้นที่กำจัดขยะพิษอยู่ต้นลมคนท้ายลมก็แทบจะทำงานกันไม่ได้เลย และประชาชนสามารถฟ้องร้องได้ในมาตราที่ 67
ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ หมวดที่ 3 ส่วนที่ 12 มาตราที่ 67 ได้ระบุไว้ว่าสิทธิของบุคคลที่มีส่วนร่วมกับรัฐบาลและมชนในการอนุรักษ์ บำรุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในกรคุ้มครอง ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดำรงชีวิอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอัตรายต่อสุขภาพอนามะย สวัสดิการ หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับการคุ้มครองตามความเหมาะสม
การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่ารุนแรงทั้งทางคุณภาพส่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนร่วมเสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่นมีการดำเนินการดะงกล่าว
สิทธิของชุมชนที่จะฟ้องหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป้นนิติบุคคล เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัตินี้ย่อมได้ระบความคุ้มครอง
นางสาว ยุภาวดี มากสุข
เลขที่30 รปศ. 512
วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553
วันรัฐธรรมนูญ
ก่อนวันรัฐธรรมนูญดิฉันเป็นคนจัดบอร์ดและช่วยจัดเวทีนิดหน่อย
วันรัฐธรรมนูยตอนเช้าดิฉันก็เคารพธงชาติพร้อมกับเพื่อนและอาจารย์พอเสร็จแล้วดิฉันก็เป็นคนรับลงทะเบียน พอเสร็จแล้วดิฉันก็ไปนั่งฟังเพื่อนที่หน้าเวทีและดิฉันก็ไปเสริฟนำให้แขกรับเชิญและช่วยจัดของต่างๆเกี่ยวกับการบริการนำดื่มและอาหารต่างๆและพอเสร็จแล้วจากตอนเช้าก็พักเที่ยง พอตอนบ่ายโมงดิฉันก็เข้าไปนั่งฟังคำบรรยายต่างๆ ความคิดเห็นของพีๆและแขกรับเชิญเพื่อเป็นประโยชน์ในอนาคตของเราได้บ้างในบางครั้ง และพอดิฉันฟังเสร็จก็มีการเล่นเกมส์จากเพื่อนๆรปศ. 512 ดิฉันก็ร่วมตอบคำถามเกมส์พันหน้ากับเพื่อนๆพี่ๆทุกคนด้วย และพอเสร็จแล้วดิฉันก็นั่งดูเพื่อนโต้วาทีกันของรปศ.512 ดิฉันก็อยู่จนเสร็จงานช่วยเก็บของเก็บโต๊ะ ผ้าปูโต๊ะต่างๆจนเสร็จงานและแยกย้ายกลับบ้าน
นางสาววันดี คุ้มบ้าน
รปศ.512 เลขที่34
วันรัฐธรรมนูยตอนเช้าดิฉันก็เคารพธงชาติพร้อมกับเพื่อนและอาจารย์พอเสร็จแล้วดิฉันก็เป็นคนรับลงทะเบียน พอเสร็จแล้วดิฉันก็ไปนั่งฟังเพื่อนที่หน้าเวทีและดิฉันก็ไปเสริฟนำให้แขกรับเชิญและช่วยจัดของต่างๆเกี่ยวกับการบริการนำดื่มและอาหารต่างๆและพอเสร็จแล้วจากตอนเช้าก็พักเที่ยง พอตอนบ่ายโมงดิฉันก็เข้าไปนั่งฟังคำบรรยายต่างๆ ความคิดเห็นของพีๆและแขกรับเชิญเพื่อเป็นประโยชน์ในอนาคตของเราได้บ้างในบางครั้ง และพอดิฉันฟังเสร็จก็มีการเล่นเกมส์จากเพื่อนๆรปศ. 512 ดิฉันก็ร่วมตอบคำถามเกมส์พันหน้ากับเพื่อนๆพี่ๆทุกคนด้วย และพอเสร็จแล้วดิฉันก็นั่งดูเพื่อนโต้วาทีกันของรปศ.512 ดิฉันก็อยู่จนเสร็จงานช่วยเก็บของเก็บโต๊ะ ผ้าปูโต๊ะต่างๆจนเสร็จงานและแยกย้ายกลับบ้าน
นางสาววันดี คุ้มบ้าน
รปศ.512 เลขที่34
วันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปีตรงกับวันรัฐธรรมนูญ เป็นวันที่ประเทศไทยประกาศใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับแรก ซึ่งเป็นวันสำคัญของประเทศไทยเราโดยเน้นให้ประชาชนชาวไทยมีส่วนร่วม ทางโปรแกรมวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตเห็นถึงความสำคัญในวันรับธรรมนูญจึงได้จัดกิจกรรมขึ้น เพื่อให้ความรู้ และให้ทุกคนกระหนักเห็นถึงความสำคัญในวันที่ประเทศไทยได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญและได้ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต โดยโปรแกรมวิชารัฐประศาสนศาตร์ได้จัดกิจกรรมวันรัฐธรรมนูญขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคม 2552 ในช่วงเช้าผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนร้องเพลงชาติพร้อมกัน จากนั้นทุกคนเข้าลงทะเบียนพร้อมกัน ณ อาคาร 9 บริเวณโรงอาหาร และแยกย้ายกันนั่งเพื่อชมกิจกรรมที่ทางโปรแกรมจัดขึ้น เริ่มต้นด้วยการกล่าวเปิดงาน และน้องๆ เด็กๆ โรงเรียนสาธิตขึ้นร้องเพลง และต่อด้วยกิจกรรมต่างๆ ส่วนตัวดิฉันได้เข้าร่วมกิจกรรมด้านการละคร ได้รับบทบาทแสดงเป็นชาวบ้านผู้เลือกตั้ง โดยมีเนื้อหาย่อๆ ว่า มีผ้สมัครเข้าเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้าน 2 คน โดยคนที่ 1 เป็นคนที่ใช้เงินซื้อเสียงเพื่อที่ตนจะชนะการเลือกตั้ง แต่อีกคนหาเสียงโดยสุจริต และจุดจบสุดท้ายชาวบ้านก็เลือกคนผิดเข้ามา ไม่ทำอะไรเลยหมู่บ้าน ชาวบ้านเดือดร้อนก็ไม่ช่วยเหลือ ซึ่งการเลือกตั้งก็เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผู้ที่กระทำผิดจากการเลือกตั้งต้องได้รับผิดตามบทกฎหมาย จากนั้นต่อด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย
ตอนบ่ายเข้าร่วมฟังการบรรยาย ณ อาคาร 9 ชั้น 4 ห้อง 941 เป็นการบรรยายโดยมีนักศึกษาของโปรแกรมรัฐประศาสนศาสตร์เข้าร่วมในการบรรยายด้วย ในหัวข้อที่ว่าการเมืองในอดีตและปัจจุบัน การมีส่วนร่วนของนัศึกษาในอดีตและปัจจุบัน และหัวข้อต่างๆ อีกมากมาย เมื่อจบการบรรยายก็ต่อด้วยการโต้วาทีในหัวเรื่องที่ว่าการทำแท้งในปัจจุบันนั้นผิดไหม และการร่วมสนุกกันฉันน้องพี่โดยการเล่นเกมส์ทายรูปบุคคลสำคัญในอดีต สรุปรุ่นพี่ประสบการณ์ฃมากกว่าชนะรับของรางวัลไปครอง
สรุปการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ได้ทั้งความรู้ และความสนุกไปตามๆ กัน และงานก็ผ่านมาได้ด้วยดี แม้จะติดขัดแต่ก็ผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่น
นางสาว ยุภาวดี มากสุข
เลขที่30 รปศ. 512
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต โดยโปรแกรมวิชารัฐประศาสนศาตร์ได้จัดกิจกรรมวันรัฐธรรมนูญขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคม 2552 ในช่วงเช้าผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนร้องเพลงชาติพร้อมกัน จากนั้นทุกคนเข้าลงทะเบียนพร้อมกัน ณ อาคาร 9 บริเวณโรงอาหาร และแยกย้ายกันนั่งเพื่อชมกิจกรรมที่ทางโปรแกรมจัดขึ้น เริ่มต้นด้วยการกล่าวเปิดงาน และน้องๆ เด็กๆ โรงเรียนสาธิตขึ้นร้องเพลง และต่อด้วยกิจกรรมต่างๆ ส่วนตัวดิฉันได้เข้าร่วมกิจกรรมด้านการละคร ได้รับบทบาทแสดงเป็นชาวบ้านผู้เลือกตั้ง โดยมีเนื้อหาย่อๆ ว่า มีผ้สมัครเข้าเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้าน 2 คน โดยคนที่ 1 เป็นคนที่ใช้เงินซื้อเสียงเพื่อที่ตนจะชนะการเลือกตั้ง แต่อีกคนหาเสียงโดยสุจริต และจุดจบสุดท้ายชาวบ้านก็เลือกคนผิดเข้ามา ไม่ทำอะไรเลยหมู่บ้าน ชาวบ้านเดือดร้อนก็ไม่ช่วยเหลือ ซึ่งการเลือกตั้งก็เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผู้ที่กระทำผิดจากการเลือกตั้งต้องได้รับผิดตามบทกฎหมาย จากนั้นต่อด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย
ตอนบ่ายเข้าร่วมฟังการบรรยาย ณ อาคาร 9 ชั้น 4 ห้อง 941 เป็นการบรรยายโดยมีนักศึกษาของโปรแกรมรัฐประศาสนศาสตร์เข้าร่วมในการบรรยายด้วย ในหัวข้อที่ว่าการเมืองในอดีตและปัจจุบัน การมีส่วนร่วนของนัศึกษาในอดีตและปัจจุบัน และหัวข้อต่างๆ อีกมากมาย เมื่อจบการบรรยายก็ต่อด้วยการโต้วาทีในหัวเรื่องที่ว่าการทำแท้งในปัจจุบันนั้นผิดไหม และการร่วมสนุกกันฉันน้องพี่โดยการเล่นเกมส์ทายรูปบุคคลสำคัญในอดีต สรุปรุ่นพี่ประสบการณ์ฃมากกว่าชนะรับของรางวัลไปครอง
สรุปการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ได้ทั้งความรู้ และความสนุกไปตามๆ กัน และงานก็ผ่านมาได้ด้วยดี แม้จะติดขัดแต่ก็ผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่น
นางสาว ยุภาวดี มากสุข
เลขที่30 รปศ. 512
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)